===> จะเกิดอะไรขึ้น เมื่ออุกกาบาตชนโลก <===

นำข้อมูลมาจาก
http://variety.teenee.com/science/714.html
ครับ
อุกกาบาต ดาวตก
หรือผีพุ่งใต้
มันก็คือวัตถุธรรมชาติจากฟากฟ้าผ่านบรรยากาศลงสู่โลก
ทั้งๆที่อวกาศระหว่างดาวเคราะห์เป็นที่ว่างเป็นสูญญากาศ แต่ก็ยังมีอุกกาบาตตกโลกราว
50-100 ตัน
วัตถุใหญ่ขนาดดาวเคราะห์น้อยจนกระทั่งเป็นอนุภาคประจุก็มีโอกาสตกลงสู่โลกได้ทั้งนั้น
อุกกาบาตที่เป็นทางสว่างยาวๆของแสงผ่านท้องฟ้าในเวลาค่ำคืนเห็นกัน
ออกบ่อยไปจนถือเป็นเรื่องประจำคืน
คืนไหนไม่มีอุกกาบาตเลยน่าจะถือเป็นเรื่องแปลกมากกว่า
ส่วนใหญ่อุกกาบาตถูกเผาไหม้ในบรรยากาศหมดหรือเหลือนิดหน่อยไม่เป็นอันตรายกับใคร
อีกทั้งยังตกในที่ๆมีมากกว่าแผ่นดินคือที่เป็นทะเลมหาสมุทร
เดือดร้อนต่อนักวิจัยต้องลงทุนลงแรงไปงมมันขึ้นมาศึกษา
แต่ก็ถือว่าได้มาโดยราคาถูกมาก
เมื่อนำไปเทียบกับโครงการอพอลโลที่ไปเอาดินหินจากดวงจันทร์

พอจะมองกันออกว่าอุกกาบาตขนาดใหญ่มักเป็นดาวเคราะห์น้อย
ที่ไม่อยู่ในถิ่นที่มันควรอยู่คือระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสเหมือนส่วนใหญ่
บางส่วนของวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยส่วนหนึ่งเข้าใกล้วงโคจรโลก อีรอส อมอร์
อะพอลโลและอะโดนิสเคยเข้าใกล้โลกแล้วทั้งนั้น เรียงระยะที่ว่าใกล้โลกแล้วมี ดังนี้
17,10,7 และ1.5 ล้านไมล์ รายที่ตื่นเต้นกันใหญ่กับข่าวใหญ่พ.ศ.2481
ที่อาจมีเฮอร์เมสชนกับโลก เฮอร์เมสมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1ไมล์
ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเข้าใกล้โลกระยะทาง 1/2 ล้านไมล์ ต่อมาปี
พ.ศ.2511 ไอคารัสทำให้คนบนโลกใจหายกันเมื่อมันผ่านโลกไปด้วยระยะ 4 ล้านไมล์
วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2515 ดาวเคราะห์น้อยหนักเป็น 10
เท่าของยานสกายแลปผ่านเข้ามาในบรรยากาศของโลก
ที่ระยะสูง 36
ไมล์มันได้ลุกเป็นไฟสว่างมากเห็นได้ไกลหลายร้อยไมล์
คุณพระยังช่วย มันไม่ได้ตกโลกหรอกแต่กระดอนออกไปในอวกาศอีก ถ้ามันได้ตกโลก
นึกภาพสยอง อะไรจะเกิดขึ้น การตกของยานสกายแลปอาจกลายเป็นเพียงข่าวเล็กไป
เมื่อมีการตกที่ยิ่งใหญ่กว่า
ลองมานึกภาพน่ากลัวของหินกว้าง1 ไมล์ขึ้นไปชนโลก

มันจะทำให้โลกเป็นแผลหรือที่เรียกกันว่าหลุมกว้าง 10-20 ไมล์เท่านั้นไม่พอ ยังเกิดอาการสั่นสะเทือนไปรอบๆโลกที่เรียกว่าแผ่นดินไหว ทำลายบ้านเรือน แรงระเบิดมีรัศมีหลายร้อยไมล์ ดินหินฝุ่นจะกระเด็นไปไกลและสูงในบรรยากาศ อาจบังแสงอาทิตย์หลายสิบปีหรืออาจเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง ถ้ามันเป็นการชนครั้งใหญ่พอ สมมุติฐานเรื่องดาวตกครั้งใหญ่ ที่ว่าไดโนเสาร์สูญพันธ์ไปเป็นเรื่องเล่าในบรรดาเหล่านักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องตลก เป็นเรื่องเศร้าปนสยองมากกว่า ขนาดไดโนเสาร์ยังเคยตายได้แล้วเราจะรอด หรือถ้าการชนครั้งหน้านั้นมันจะยิ่งใหญ่คล้ายๆกับคราวก่อน
ถ้ามันตกน้ำไปใช่ว่าจะปลอดภัย คลื่นยักษ์ซูนามิสหรือกำแพงยักษ์ของน้ำสูงหลายร้อยฟุต จะกวาดผู้คนทำลายทรัพย์สิน

มหาสมุทรมีมากกว่าแผ่นดิน ดาวตกใหญ่ๆอาจหล่นมหาสมุทรก็เป็นได้
ถ้ามันตกน้ำไปใช่ว่าจะปลอดภัย
คลื่นยักษ์ซินามิหรือกำแพงยักษ์ของน้ำสูงหลายร้อยฟุต
จะกวาดผู้คนทำลายทรัพย์สินเป็นจำนวนมากมาย
ภาพเหล่านี้ดูคล้ายกับว่าอุกกาบาตทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เราอยู่ไม่รอด
ช่างผิดกับอุกกาบาตที่ชอบชี้ชวนกันชมซึ่งเคยประมาทมันไว้
โลกชนกับดาวเคราะห์น้อยหรือวัตถุนอกโลกขนาดใหญ่พอที่จะถล่มทลายโลกได้ไหม ?
ทำไมจะไม่ได้
ผิวของดวงจันทร์และดาวเคราะห์อื่นๆฟ้องว่าเคยชนกับวัตถุขนาดใหญ่มาก่อน
และชนแล้วหลายๆหน อุกกาบาตชนโลกเสมอมาแต่ยังใหญ่ไม่พอที่จะทำลายโลก
ยังไม่ประจวบเคราะห์หามยามร้ายที่มันจะหล่นใส่เมืองใหญ่ๆ แต่โชคจะยังดีตลอดไปหรือ
เป็นเรื่องต้องคิดแล้ว
เราคิดผิดไปว่าอยู่บนโลกปลอดภัยแล้ว

หลุมอุกกาบาตบนโลกที่พบเห็นมีไม่มากเท่ากับที่ดวงจันทร์มี ก็ไปเทียบกับดวงจันทร์ได้อย่างไรเล่า ดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ ไม่มีขบวนการเซาะพังทลายเหมือนที่โลกมี หลุมที่เกิดขึ้นแล้วก็คงทนเป็นหลุมตลอดไป เทียบกับดาวเคราะห์อื่นก็ชอบกล หลุมอุกกาบาตบนดาวพฤหัสไม่มีเลยทั้งๆที่เห็นข่าวมันชน กับดาวหางชูเมคเกอร์เลวีไนน์เมื่อปี 1994 แต่ดาวพฤหัสมันเป็นของหนืดก็กลบหลุมทันที โลกมีหลุมอุกกาบาตมากกว่าที่เห็นได้ การเซาะพังทะลายไม่ว่าจากคน ลมหรือฝน ทำลายหลักฐานที่อุกกาบาตชนโลกไปเสียมาก จนแปรสภาพไม่เหมือนเดิม ไม่ได้ฟ้องเราว่าเคยถูกชนมา จนเราคิดผิดไปว่าอยู่บนโลกปลอดภัยแล้ว
มาดูบันทึกเรื่องของหลุมอุกกาบาตใหญ่สุดๆบนโลก
อาจเป็นหลุมใต้น้ำแข็งในแอนตาร์คติกลึก 400 กม .
หลุมอุกกาบาตใหญ่มากที่พบในแคนาดาเต็มไปด้วยน้ำ
หลุมอุกกาบาตที่เห็นชัดเจนที่ทะเลทรายอริโซนาเลยได้กลายเป็นหลุมที่ดังที่สุด
กว้างเพียง 1 กม.
เกิดเมื่อ 20,000
ปีมาแล้วมีชื่อตั้งให้ด้วยเรียกเครเตอร์บาร์ริงเจอร์
การระเบิดแรงมาก แต่โชคดีที่ตรงนั้นไม่มีบ้านเรือนตั้งอยู่ให้มันทำลาย พ.ศ.2451
กลางวันแสกๆ ยังมีอุกกาบาตลูกหนึ่งลุกสว่าง เห็นกันไกลหลายร้อยไมล์ ตกลงไปในป่าไซบีเรีย
แรงระเบิดได้ยินไกล 600 ไมล์ ระยะทาง 100 ไมล์รับคลื่นช้อคกันทั่วหน้า
มีต้นไม้ให้มันทำลายแทนบ้านเมือง ค้นไม่พบมวลลูกอุกกาบาตส่วนใหญ่ ที่ไซบีเรียปีพ.ศ.2490
อีกทีที่มีอุกกาบาต
แต่มันแตกไม่มีชิ้นดีในบรรยากาศที่ตกลงสู่พื้นโลกเหมือนสายฝนเหล็กที่ไม่ชุ่มฉ่ำชื่นใจ
บริเวณนั้นจึงมีรูเล็กร่วม 200 รูและมีรูใหญ่คือหลุมอีกหลายรู
อุกกาบาตขนาดใหญ่พอๆกับลูกที่ตกในทะเลทรายอริโซนาหรือไซบีเรีย หากเกิดในเมืองใหญ่
ความเสียหายจะมโหฬารทีเดียว แม้ยังไม่เคยเกิดเพราะสมัยก่อนบ้านเมืองใหญ่โตหายาก
แต่ตอนนี้บ้านเมืองใหญ่โตหาง่ายแล้ว
ผู้ไม่ตกอยู่ในความประมาทย่อมหาหนทางแก้ไขวันเลวคืนเลวที่เป็นไปได้จากอุกกาบาต "
เราอยู่กันบนโลกนี้ทั้งๆที่รู้ว่าโอกาสจะเกิดอุกกาบาตและแผ่นดินไหวทำลายโลกได้ทุกขณะ"
ไอแซค อสิมอฟกล่าวไว้อย่างไม่ประมาท
เมื่อไม่มีหนทางจะไปอยู่ที่ไหนอื่นนอกจากบนโลกใบนี้
ก็ต้องหาทางปกป้องมันให้ดีก็แล้วกัน
หากดาวเคราะห์น้อยอยู่ในวงโคจรของมันตามปกติที่ว่าต้องกลับมาที่เก่าเสมอ
เรารู้เส้นทางล่วงหน้า การเตรียมตัวป้องกันทำได้ง่าย โอกาสรอดก็มาก
หากไปชนกับดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยอื่น จนมันต้องเปลี่ยนเส้นทางกระทันหันหรือมันต้องแตกแยกเป็นชิ้นส่วน
เราไม่มีเวลาเตรียมการป้องกันตัว มันอาจเกิดการพุ่งเข้าชนโลก แม้โอกาสนี้ยังน้อย
ยังไงก็ไม่น่าประมาท

วันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1972 มีลูกอุกกาบาตลูกหนึ่งพุ่งผ่านโลก ทางฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ เห็นเป็นทางสีขาวพุ่งผ่านทางขอบฟ้า ซึ่งเห็นได้ในตอนกลางวันอย่างชัดเจนดังรูป การเคลื่อนที่ของมันใกล้โลกค่อนข้างมาก มีโอกาสที่จะพุ่งเข้าชนโลกตลอดเวลา มวลของลูกอุกกาบาตลูกนี้มีค่าเท่ากับ 4,000,000 kg และมีความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อวินาที สมมติว่ามันเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าชนโลกในแนวดิ่งด้วยความเร็วเท่าเดิม จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าหากดาวเคราะห์น้อยขนาดกว้าง 5 ไมล์วิ่งด้วยความเร็วสูงมากสามหมื่นไมล์ต่อชม.และมีเวลาเตรียมตัวได้แค่ 6 วัน

แม้เคยเป็นจินตนาการมานานแล้วในภาพยนตร์ที่ชื่อ 2525
โลกาวินาศ(หรือดาวตกหรือเมทีออร์)(Meteor) ที่จินตนาการว่ามันชนโลกปีนั้น
และยังมีจินตนาการอื่นๆอีกเร็วๆนี้เช่นในภาพยนตร์เรื่องอาร์มากาดอน และดีฟ อิมแพค (deep
impact) เรื่องแบบในภาพยนต์นี้แม้เรายังเห็นว่าเกิดขึ้นยาก
แต่ใครจะประกันว่าเกิดขึ้นไม่ได้ด้วยเหตุผลที่ดีน่าพอใจ ไมใช่จะขอรับแต่เงินประกัน
การใช้อาวุธนิวเคลียร์ที่อยู่ในฐานทัพอวกาศของอเมริกา
และรัสเซียหรือประเทศอื่นๆเพื่อหยุดอุกกาบาตให้ได้ เทคโนโลยีนี้ไม่ไกลเกิน
มีผู้ไม่ประมาทคิดป้องกันโลกเพื่อเราทุกคนไว้นานแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2510
ก่อนดาวเคราะห์น้อยไอคารัสผ่านโลกใกล้ที่สุดปีพ.ศ.2511 สถาบันเอ็มไอที
คิดหาวิธีการป้องกัน หากไอคารัสที่วิ่งเข้าชนโลกด้วยความเร็ว 100,000 ฟุต/วินาที
เป็นไปได้ไหมที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากการชนโลกโดยมีเวลาเตรียมตัว 18
เดือน?
ในเมื่อย้ายโลกไม่ได้ก็ต้องย้ายมันละ

ใช้อาวุธนิวเคลียร์ติดเข้ากับจรวดวิ่งเข้าชนให้มันเบนออกจากทางเดิม
หรือไม่ก็แตกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อย่างที่ทำกันในภาพยนตร์เรื่องดัง
หากทำได้สำเร็จทันการ คงได้พบกับความรู้สึกดีๆที่แท้จริงว่าวันดีคืนดีเป็นเช่นไร
ความคิดที่จะเปลี่ยนทิศทางธรรมชาติของดาวเคราะห์น้อยบางดวง
เปลี่ยนให้ไกลจากโลกเลยเป็นเรื่องที่ทุกคนเห็นสมควรด้วย
แต่ถ้าตั้งใจให้มันมาใกล้ชิดโลกมากขึ้น ก็ไม่ได้ต้องการให้มาชนโลก
เหตุผลที่ดีๆนั้นคือเพื่อทำเหมืองสกัดแร่ที่หายากบนโลกแต่มีมากบนดาวเคราะห์น้อย
หรืออาจเป็นที่อยู่ใหม่ในอวกาศ สถานีอวกาศ แหล่งกำลังและพลังงาน ฯลฯ
เทคโนโลยีที่จะเอามันเข้ามาไม่ยากกว่าเทคโนโลยีเอามันออกไป
เพราะเป็นเทคโนโลยีอันเดียวกัน จากระบบขับดันหลายรูปแบบ ถ้าแน่ใจว่าเก่งแท้
มีฝีมือถึงขั้น พามาเข้าใกล้โลกเพื่อประโยชน์มหาศาลเมื่อใดก็ลงมือได้เลย
เราจะได้ดูดาวเคราะห์น้อยใกล้ๆให้เต็มตาเสียที
![]()
อ่านเรื่องน่ารู้เรื่องอื่นๆ คลิ๊กที่นี่เลย
![]()